“นี่ แกใช่คิมชุนยงหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมไม่ตอบวะ? นิสัยเสียเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะมึง”
คิมจูอัน เด็กหนุ่มปากจัดคนนี้เคยเป็นเด็กฝึกจากค่ายเก่าของผมที่ย้ายมาอยู่ค่ายเอจีก่อนหน้าผม
สิ่งเดียวที่แปลกประหลาดเกี่ยวกับหมอนี่คือความเกลียดชังอย่างไร้เหตุผลที่มันมีต่อผม
ตำแหน่งในวงของพวกเราก็ไม่ได้ทับไลน์กัน และผมก็ไม่เคยไปทำอะไรให้มันเลยสักนิด
จุดเชื่อมโยงเดียวที่มี ถ้าจะนับล่ะก็นะ ก็แค่พวกเราอายุเท่ากันเท่านั้นเอง
“…คิดจะมุ่งมั่นเป็นไอดอล แต่ใช้คำพูดคำจาแบบนี้นี่มันยังไงกัน?”
“ชิ”
พอผมตอกกลับไปด้วยเหตุผลง่ายๆ เจ้าเด็กหน้าตาไร้เดียงสาก็ถึงกับชะงักไป
ยังไงมันก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง
ถึงจะปากร้าย แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาชั่วร้ายอะไรลึกซึ้ง อารมณ์เหมือนพวกเด็กมัธยมต้นมัธยมปลายที่ชอบหาเรื่องทะเลาะกันไปวันๆ มากกว่า
คิมจูอันขยับตัวเข้ามาประชิดผมแล้วพึมพำลอดไรฟันอย่างหาเรื่อง
“หุบปากไปเลย แล้วนี่แกจะถ่อมาถึงที่นี่เพื่อสร้างเรื่องสร้างปัญหาทำไมวะ? ไอ้เวรเอ๊ย ตัวเองไม่ได้อยู่ค่ายนี้ด้วยซ้ำ”
ผมยกสองมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
“นี่ ฉันเองก็โดนคัดออกจากกลุ่มเดบิวต์ของควินซ์เหมือนกันนั่นแหละ”
“ว่าไงนะ?”
“ฉันก็โดนเตะออกจากกลุ่มเดบิวต์เหมือนกัน ก็เลยเซ็นสัญญากับเอจีแล้วกำลังจะไปแข่งรายการเซอร์ไวเวิลหาเด็กเดบิวต์เนี่ย พอใจหรือยัง?”
“…อย่ามาตอแหลหน่อยเลย แกจงใจตามฉันมาใช่ไหม? กะจะมากวนประสาทกันหรือไง?”
“เฮ้อ…”
เอาเถอะ ถ้าคิดแบบนั้นแล้วสบายใจขึ้น จะคิดยังไงก็เชิญตามสบาย
ผมเดินเมินคิมจูอันแล้วก้าวเท้าเข้าไปในตึกก่อนเป็นคนแรก และก็เป็นไปตามคาด คิมจูอันยังคงเดินตามหลังผมมาติดๆ พลางพ่นคำพูดไร้สาระที่ไม่ต่างอะไรกับฝุ่นผงออกมาไม่หยุดปาก
“แล้วแกจะไปออกรายการเซอร์ไวเวิลทำไมวะ? คราวนี้คิดจะไปทำลายชีวิตใครเข้าอีกล่ะ? อ๋อ คงเป็นชีวิตฉันอีกตามเคยสินะ ยังไงพวกเราก็โดนคัดออกจากกลุ่มเดบิวต์เหมือนกันทั้งคู่แท้ๆ คิดจะมาทำตัวเด่นอวดเก่งแถวนี้เหรอไง? ฉันพูดผิดตรงไหนวะ?”
เมื่อก่อนผมเคยไปทำตัวหยิ่งผยองพองขนใส่คนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอ?
ต่อให้พยายามนึกเค้นสมองแทบตายยังไง ผมก็ไม่มีความทรงจำเรื่องแบบนั้นอยู่ในหัวเลยจริงๆ นะ ให้ตายสิ
“…”
“เวลาคนอื่นเขาพูดด้วยก็หัดฟังบ้างสิวะ ไอ้สารเลว”
จนกระทั่งพวกเราสองคนก้าวเข้ามาอยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกัน และเมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่แล้ว ผมจึงเอ่ยปากพูดขึ้นมาในที่สุด
“ถ้ายังขืนเที่ยวไปพ่นคำพูดพล่อยๆ ใส่คนอื่นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะได้เจอเรื่องเดือดร้อนเข้าจริงๆ สักวัน รีบแก้สันดานเสียของตัวเองตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่านะ”
คิมจูอันขมวดคิ้วย่นใบหน้าทันทีราวกับไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด
ก็นะ ตอนนี้หมอนี่คงยังไม่เข้าใจหรอก
คงต้องรออีกนานโขกว่าจะเข้าใจความหมายของมัน
แม้จะมีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูราวกับลูกหมาตัวน้อย แต่ด้วยนิสัยปากเสียแบบนี้แหละ ทำให้คิมจูอันต้องเผชิญกับข่าวฉาวเรื่องการบูลลี่และการใช้อำนาจบาตรใหญ่กลั่นแกล้งคนอื่น ทันทีที่เขามีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาหลังจากเดบิวต์
‘ชุดแบบนี้จะไปใส่ได้ยังไงกัน? พี่บ้าไปแล้วเหรอวะ? ใครมองดูก็รู้ว่ามันเชยสะบัด!’
คลิปวิดีโอตอนที่หมอนั่นขว้างปาเสื้อผ้าใส่สไตลิสต์พร้อมกับตะคอกด่าอย่างหยาบคายถูกปล่อยออกมาแฉจนไม่มีทางแก้ตัวได้เลยสักนิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คิมจูอันที่เคยวางภาพลักษณ์เป็นเจ้าชายน้อยผู้ใสซื่อบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ผลกระทบที่ตามมาจึงรุนแรงมหาศาล
แม้แต่ตัวผมที่โดนด่าว่าเป็นสมาชิกตัวปัญหาแห่งศตวรรษก็ยังเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ
ผมยังจำได้ดีว่าพวกนักข่าวสายบันเทิงจอมแฉที่เคยตามจิกกัดผม พากันเปลี่ยนเป้าหมายแล้วแห่ไปรุมทึ้งคิมจูอันกันยกใหญ่ในช่วงเวลานั้น
หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น การออกรายการโทรทัศน์ของคิมจูอันก็ลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยก็จนกระทั่งถึงช่วงที่ผมกลับมา
พวกเราอาจจะไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย แต่ก็เคยซ้อมเต้นด้วยกันและผ่านความยากลำบากในการประเมินผลประจำเดือนมาด้วยกัน
“ยังจะมาทำตัวอวดดีสั่งสอนคนอื่นอีกนะ แม่งเอ๊ย ฉันเกลียดท่าทางแบบนี้ของแกชะมัด”
ดูเหมือนที่เตือนไปจะไม่เข้าหูเลยสักนิด
“เออ ช่างเถอะ ตามใจ”
“แม่งเอ๊ย เอาอีกแล้วนะ! คิมชุนยง แกนี่มันไอ้ตัวบัดซบที่มีชื่อโบราณคร่ำครึชะมัด”
ผมไม่สนใจเสียงโวยวายของคิมจูอัน แล้วผลักประตูห้องสัมมนาที่ถูกกำหนดไว้เข้าไป
ไม่ว่าหมอนี่จะดัดนิสัยตัวเองได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือจะทำลายอนาคตในวงการบันเทิงของตัวเองพังยับเยินอีกรอบ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมมากมายนัก
ยังไงซะ นั่นก็คือเรื่องของคิมจูอัน
เมื่อเดินเข้ามาในห้องสัมมนาพร้อมกับคิมจูอัน ผมก็สังเกตเห็นว่ามีเด็กฝึกคนอื่นๆ มาถึงก่อนแล้วและกำลังนั่งประจำที่ของตัวเองอยู่
คนเหล่านี้คือเด็กฝึกที่จะต้องไปเข้าร่วมรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> ร่วมกับพวกเรา และเป็นเมมเบอร์ของวงแอร์โรวส์ในอนาคตเหมือนกับผม
ในหมู่คนพวกนั้น มีทั้งพี่ชายและน้องชายเด็กฝึกที่เคยได้เดบิวต์ร่วมกับผมในอดีต
ผมพยายามข่มใจไม่มองหน้าสมาชิกพวกนั้นตรงๆ แล้วรีบหาที่นั่งว่างของตัวเอง
ผมไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปใกล้พวกเขามากเกินไป… เพราะความรู้สึกผิดมันยังคงเกาะกุมอยู่ในใจ
“ว้าว พี่ครับ สวัสดีครับ สบายดีไหมครับเนี่ย? พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งอาทิตย์หนึ่งเลยใช่ไหมครับ?”
ยังไม่ทันจะได้หาที่นั่ง คิมจูอันก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปทักทายคนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดอย่างรวดเร็ว
เพิ่งจะย้ายค่ายมาได้ไม่นานแท้ๆ แต่กลับทำตัวเนียนเรียกคนอื่นว่า ‘พี่’ ได้อย่างหน้าตาเฉย
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปยังคนที่คิมจูอันเข้าไปทักทาย ผมก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมหมอนั่นถึงได้ทำตัวสนิทสนมกับเขาขนาดนั้น
“อ้าว แล้วนายคือ…?”
เส้นผมสีดำขลับที่พริ้วไหวขับเน้นให้รอยยิ้มอันอ่อนโยนดูโดดเด่นขึ้นมา
เครื่องหน้าหล่อเหลาเปล่งประกายราวกับมีแสงสว่างในตัวเองจนใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง
ดวงตาอันนุ่มนวลที่แม้จะไม่ได้พูดอะไรก็ยังดูหวานหยดย้อยราวกับอาบน้ำผึ้ง
ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวของเขาล้วนอยู่เหนือมาตรฐาน และการันตีฝีมือความสามารถในระดับแถวหน้า
ซนแจฮา หนึ่งในเด็กฝึกที่อยู่กับค่ายเอจี เอนเตอร์เทนเมนต์มาอย่างยาวนานที่สุด
“นายคือชุนยงใช่ไหม?”
“แล้วพี่ก็คงเป็นพี่แจฮาใช่ไหมครับ?”
…ลีดเดอร์ผู้นำวงของพวกเรา
Social Plugin