ตัวปัญหากลับมาแล้ว! - ตอนที่ 8

และแล้ว ข้อความเยาะเย้ยจากเอ็กซ์ที่กำลังขบขันกับโศกนาฏกรรมของผมก็เด้งเข้ามา

– X: ก็บอกแล้วไงว่าให้ทำตัวเป็นธรรมชาติ 5555

– X: ดีออก ได้ทั้งพี่สาวทั้งพี่เขยเลยนะเนี่ย –3-

– X: เลิกทำเรื่องไร้สาระแล้วไปเช็กทักษะของตัวเองได้แล้วยะ!

ผมตั้งท่าจะเปิดศึกดวลคีย์บอร์ดกับเอ็กซ์สักยก แต่นิ้วมือกลับชะงักไปชั่วขณะ

“…ทักษะงั้นเหรอ?”

ถึงแม้ผมจะขมวดคิ้วแล้วพยายามนึกดู แต่ก็นึกอะไรไม่ออกสักอย่าง ผมรู้แค่เรื่องที่ปลดล็อกสารานุกรมได้เพราะมีแฟนคลับคนแรกเท่านั้นเอง

– X: ปลดล็อกสารานุกรมแล้วได้ทักษะเป็นของรางวัลไงเล่า! ลืมไปแล้วเหรอเนี่ย? บื้อกว่าที่คิดไว้อีกนะยะ??

อ๋อ หมายถึงเรื่องนี้นี่เอง

ผมทำเป็นเมินหน้าต่างแชตที่ดังรัวๆ อย่างสง่างาม แล้วกดเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู ทักษะใหม่ปรากฏขึ้นในช่องทักษะพิเศษตามที่บอกไว้จริงๆ <ออร่าของไอดอล (ระดับ F)>

[ออร่าของไอดอล (ระดับ F): บรรยากาศหรือพลังงานอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ที่ได้กลายมาเป็นไอดอลในสายตาของผู้อื่น ระดับของทักษะจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนแฟนคลับที่มากขึ้น ผลลัพธ์: เพิ่มเสน่ห์ +1 เมื่ออยู่บนเวที]

พอดูแบบนี้แล้ว รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นตัวละครในเกมเข้าไปทุกที มันทำให้ผมรู้สึกแปลกแยกจากความเป็นจริงอยู่ลึกๆ อย่างบอกไม่ถูก

“เฮ้อ…”

ผมแอบแง้มประตูห้องนอนชะโงกหน้าออกไปดูข้างนอก คนในครอบครัวกำลังนั่งกินขนมที่ผมซื้อมาให้อย่างเอร็ดอร่อยพลางดูหนังที่มีหุ่นยนต์ระเบิดตูมตามไปด้วย ใบหน้าของทุกคนดูมีความสุขอย่างแท้จริง

ไม่มีความอึดอัด ดูเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าพวกเราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มาโดยตลอด

‘แต่ฉันควรจะปรับตัวเข้าหากับเรื่องนี้ยังไงดีล่ะ?’

นี่มันผ่านมาตั้งหกปีแล้วนะนับตั้งแต่ที่ผมต้องสูญเสียครอบครัวไป!

การรับมือกับครอบครัวยากยิ่งกว่าการพยายามเดบิวต์ใหม่อีก ไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้

– X: เลิกทำเรื่องไร้สาระแล้วโฟกัสเรื่องเดบิวต์ไปเถอะน่า เข้าใจไหม? ทำแบบนั้นแหละถึงจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด

– คิมชุนยง: เออ ช่วยพูดอะไรที่มีประโยชน์หน่อยเถอะ

– X: ;;

– X: ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ไปนอนได้แล้วไป

– คิมชุนยง: ครับๆ รับทราบครับ

– X: -_-

ถึงอย่างนั้น ผมก็ยอมทำตามคำแนะนำของเอ็กซ์แล้วล้มตัวลงนอน การเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ย่อมดีกว่าการมานอนคร่ำครวญอยู่แบบนี้เป็นไหนๆ

เหนือสิ่งอื่นใด…

[สัญญามาตรฐานสำหรับเด็กฝึกหัดในสายงานศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ค่ายเอจี เอนเตอร์เทนเมนต์]

…ค่ายใหม่ที่ผมเซ็นสัญญาด้วยนั้นค่อนข้างเข้มงวดและซีเรียสกับเรื่องพวกนี้มากเป็นพิเศษ

ค่ายต้นสังกัดเดิมที่ผมเคยฝากชีวิตไว้อย่าง ควินซ์ (QUINCE) เป็นบริษัทวางแผนและดูแลศิลปินไอดอลขนาดกลางที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและได้มาตรฐาน

นับตั้งแต่วันที่ถูกแมวมองทาบทามบนท้องถนนตอน ม.2 ผมก็ต้องไปซ้อมเต้นซ้อมร้องเพลงหลังเลิกเรียนทุกวัน ผมใช้ชีวิตแบบนั้นมาจนถึงอายุยี่สิบ ใช้เวลาช่วงหลังเลิกเรียนร่วมกับพวกเขามาเกือบห้าปีเต็ม

“ชุนยง วันนี้สายตาของนายตอนเต้นยอดเยี่ยมมากเลยนะ!”

ตอนที่เหงื่อไหลเปียกโชกอยู่ในห้องซ้อมใต้ดิน ผมเคยคิดอย่างมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองจะได้เป็นเมนแดนเซอร์ของวงบอยแบนด์รุ่นที่สี่ของควินซ์

ทว่า…

“อะไรนะครับ? จู่ๆ จะมาพูดแบบนี้มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอครับ… ไม่อยากจะเชื่อเลยครับผู้จัดการ ตอนนี้ผมอายุยี่สิบแล้วนะ!”

“คือว่านะชุนยง เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้วน่ะ นายก็รู้ว่าพี่รู้ดีว่านายเก่งแค่ไหน แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายมันขึ้นอยู่กับพวกผู้บริหารน่ะสิ อืม… พี่ขอโทษจริงๆ นะ”

“ถึงพี่จะพูดแบบนั้นก็เถอะครับ…”

ในรายชื่อไฟนอลไลน์อัปของวงบอยแบนด์วงใหม่ ผมกลับถูกคัดออกด้วยเหตุผลสุดงี่เง่าที่ว่า ภาพลักษณ์ของผมไม่เข้ากับวง

“…ฮะๆ”

แม้กระทั่งตอนนี้ พอนึกย้อนกลับไป มันก็ยังทำให้ผมแค่นยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น

ภาพลักษณ์ไม่เข้ากับวงงั้นเหรอ? อยู่ดีๆ ก็มาบอกว่าไม่เข้าเนี่ยนะ?

ถูกต้องแล้ว ในความเป็นจริง ผมอดคิดไม่ได้เลยว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อยัดเด็กฝึกอีกคนที่เพิ่งเข้ามาทีหลังเข้ามาเสียบแทนผมต่างหาก

“ชุนยง เรื่องสัญญาทางเราจะยกเลิกให้ง่ายๆ เลยนะ… นายก็รู้ใช่ไหมว่าช่วงนี้มีรายการเซอร์ไวเวิลบอยแบนด์ที่จัดโดย ออกัสต์ เอนเตอร์เทนเมนต์ อยู่น่ะ? พี่คิดว่านายลองไปแข่งรายการนั้นดูก็ไม่เลวนะ นายมีโอกาสสูงมากเลย”

หลังจากถูกเฉดหัวออกจากกลุ่มเดบิวต์ ผมจึงตัดสินใจเข้าร่วมรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> และได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงแห่งใหม่

ออกัสต์ เอนเตอร์เทนเมนต์ หรือที่คนทั่วไปมักเรียกติดปากกันว่า เอจี เอนเตอร์เทนเมนต์

ถ้าคุณไปลองถามผู้คนดูว่าเอจี เอนเตอร์เทนเมนต์เป็นค่ายแบบไหน คุณก็มักจะได้ยินคำตอบที่เป็นแพตเทิร์นเดียวกันเสมอ

“อืม… ถ้าเป็นสายนักร้องเดี่ยวนี่ต้องยอมรับเลย ชเวกาอน, ควักแทอึน, รยูจองฮยอก, มินซียอง ทุกคนล้วนมาจากค่ายออกัสต์ไม่ใช่เหรอ?”

“ฝั่งนักแสดงก็แข็งแกร่งมากเหมือนกันนะ ซอจองอุค ที่เล่นเรื่อง <เสียงเพรียกจากวิญญาณ> ก็เพิ่งย้ายไปอยู่เอจี”

“แต่ถ้าเทียบกันแล้ว ฝั่งวงไอดอลดูจะดรอปไปหน่อย เลดี้สวอน ก็เคยอยู่เอจีใช่ไหมล่ะ? พอเห็นพวกเธอแยกย้ายกันไปทำงานเดี่ยวช่วงนี้ก็รู้เลยว่าฝีมือแต่ละคนเก่งมาก แต่ตอนนั้นการวางแผนค่ายดูจะพังไปหน่อย…”

“จริงด้วย ดูเหมือนฝั่งวงไอดอลจะเป็นจุดอ่อนเลย คงเพราะค่ายยังไม่ค่อยเข้าใจตลาดไอดอลล่ะมั้ง?”

ค่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และเน้นขายฝีมือของนักแสดงกับนักร้องเดี่ยวเป็นหลัก

พวกเขาไม่ชอบทำอะไรที่ไม่แน่นอน และแสวงหาแต่ความสมบูรณ์แบบเท่านั้น

นั่นคือหลักการทำงานของค่ายเพลงอย่างออกัสต์

ดังนั้น เมื่อตอนที่พวกเขาเปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกอย่าง ‘เลดี้สวอน’ ทางออกัสต์จึงพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม

“หงส์ขาวของพวกเราทั้งเก่งและเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ขนาดนี้ ไม่มีทางที่พวกเธอจะไม่โบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าหรอก จริงไหมครับ?”

คำพูดนี้ถูกกล่าวโดยซีอีโอของค่าย โดแจชาน ในวันเดบิวต์โชว์เคสของเลดี้สวอน และมันก็ได้กลายเป็นคำสาปติดตัวไปตลอดกาล

รุ่นพี่วงเลดี้สวอนไม่เคยขึ้นไปแตะอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงไหนเลยตลอดระยะเวลาสามปีหลังเดบิวต์

แต่หลังจากยุบวงไป สมาชิกแต่ละคนกลับเดินสายกวาดรางวัลในฐานะศิลปินเดี่ยวกันเป็นว่าเล่น

เรื่องนี้สร้างความกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรงให้กับโดแจชาน ผู้ซึ่งใฝ่ฝันอยากจะเป็นซีอีโอของค่ายบันเทิงอันดับหนึ่งในเกาหลี และฝันอยากจะเป็นหัวเรือใหญ่ของค่ายเพลงไอดอลระดับแถวหน้า

“…ฉันไม่มีทางยอมแพ้ถอยหลังกลับไปง่ายๆ แบบนี้หรอก ฉันเป็นใครกัน? ฉันคือโดแจชานนะ!”

ในพจนานุกรมการทำงานของเขา ไม่เคยมีคำว่า ‘ล้มเหลว’ อยู่ในหัวเลยสักครั้ง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โดแจชาน ซุ่มเตรียมงานมานานถึงหกปีเต็ม จนกระทั่งคลอดโปรเจกต์รายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> ออกมา

เด็กฝึกจากค่ายตัวเอง 6 คน, เด็กฝึกจากต่างค่าย 6 คน และเด็กฝึกอิสระที่สมัครเข้ามาผ่านความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์อีก 6 คน

รวมทั้งหมดเป็น 18 คน โดยมีเด็กฝึกในสังกัด 6 คนเข้าร่วมรายการเซอร์ไวเวิลเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการเดบิวต์ เมื่อตอนที่รายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> เปิดตัวครั้งแรก มันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าวางแผนมาแบบโปร่งใสจนเห็นไส้เห็นพุง

ผู้คนต่างพากันชี้หน้าว่ารายการจงใจล็อกมงไว้ชัดๆ เพราะมีเด็กฝึกของค่ายตัวเอง 6 คน และจำนวนสมาชิกที่จะได้เดบิวต์ก็มี 6 คนพอดิบพอดี

บางคนถึงกับตั้งคำถามว่า เด็กฝึกจากค่ายอื่นหรือเด็กฝึกอิสระเป็นแค่ไม้ประดับที่เอามาออกกล้องเพื่อเรียกกระแสเท่านั้น ส่วนเจตนาที่แท้จริงคือต้องการดันเด็กตัวเองให้ได้เดบิวต์ยกแผงใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม โดแจชานได้ตอกกลับข้อกังขาเหล่านั้นแบบตรงไปตรงมาในงานแถลงข่าวเปิดตัวรายการ

“เวลาที่หินก้อนใหญ่กระแทกเข้าหากัน ก้อนที่แข็งแกร่งกว่าย่อมเป็นฝ่ายที่อยู่รอดไม่ใช่หรือครับ? หินล้ำค่าในสวนของพวกเราอาจจะต้องรับบทเป็นก้อนที่อ่อนแอกว่าก็ได้ พวกเราจะตัดสินอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ทั้งตัวผม เมนเทอร์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และพวกคุณทุกคน”

แน่นอนว่าคำแถลงนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงก่นด่าประเภทที่ว่า ‘มองเด็กฝึกที่มีความมุ่งมั่นเป็นแค่เบี้ยใช้แล้วทิ้ง’ หรือ ‘ใครกันมีสิทธิ์มาตัดสินความแข็งแกร่งของคนอื่น’ ได้เลย

ทว่า ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ โดแจชานรักษาคำพูดของตัวเอง เพราะถึงแม้ผมจะเซ็นสัญญากับเอจีในภายหลัง แต่เดิมทีผมก็คือเด็กฝึกจากค่ายอื่น และเป็นเพียงเด็กฝึกอิสระที่เพิ่งย้ายมาจากควินซ์ ซึ่งสุดท้ายผมก็ได้เดบิวต์ร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ ภายใต้ชื่อวง แอร์โรวส์ (Arrows)

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าตึกสำนักงานของค่ายที่ไม่ได้เห็นมานานแสนนาน

บางคนอาจจะบอกว่าไม่มีอะไรต้องไปกลัวเลย เพราะมันก็แค่ตึกที่เคยมีข่าวลือเรื่องอุบัติเหตุแปลกๆ เท่านั้น แต่ที่ผมหยุดเดินไม่ใช่เพราะความกลัวหรอก… มันเป็นเพราะว่า…

“อะไรเนี่ย? นั่นคิมชุนยงใช่ไหมน่ะ?”

ไอ้หมอนี่มันมายืนป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูกระจกหมุนต่างหาก

ผมถอนหายใจยาวเหยียดพลางมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าที่กำลังกวาดสายตาสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไร้มารยาท ด้วยสีหน้าที่ขัดกับใบหน้าน่ารักๆ ของมันอย่างสิ้นเชิง

ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เป๊ะเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิดเพี้ยนเลยวะเนี่ย?

Ad Code

Responsive Advertisement