ตัวปัญหากลับมาแล้ว! - ตอนที่ 21

“บังยูชาน… ใช่ไหมครับ?”

เมื่อผมเอ่ยชื่อของเขา ชายตรงหน้าก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

“เอ๊ะ? นายรู้จักฉันด้วยเหรอ? ฉันเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเองนะ นายรู้จักได้ยังไงน่ะ?”

แน่นอนสิ

บังยูชาน นักศึกษาหัวกะทิสอบเข้าสาขาดนตรีสากลเชิงปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยชื่อดังในเกาหลี ด้วยอัตราการแข่งขันสูงถึง 89 ต่อ 1 ในปี 201X

…และเป็นเมนโวคอลของวงแอร์โรส์

‘รู้ไหมว่าพี่เคยเป็นเมนโวคอลในทีมของพวกเรา พี่คอยแผดเสียงไฮโน้ตทุกท่อนที่ผมร้องไม่ถึง ฮ่าๆ จำได้เลยว่าพี่เคยตะโกนใส่ผมให้ดึงสติตัวเองกลับมา แถมยังแผดเสียงร้องแปดอ็อกเทฟออกมาด้วย’

แต่ผมพูดเรื่องแบบนั้นออกไปไม่ได้

ผมรีบแล่นสมองอย่างรวดเร็วอยู่ชั่วครู่ พลางนึกขึ้นได้ว่ายูชานเพิ่งขึ้นแสดงบนเวทีก่อนหน้าผม

“อ๋อ พี่เพิ่งแสดงบนเวทีไปเมื่อกี้นี่ครับ ร้องเพลงเพราะมากเลย พี่อายุมากกว่าผมสองปี… พูดตามสบายได้เลยนะครับ พี่”

“โอ้ งั้นพี่พูดตามสบายนะ เมื่อกี้พี่ยังอายอยู่เลยเพราะร้องได้แย่กว่าปกติซะอีก นายนี่นิสัยดีจังแฮะ”

พอเริ่มเปิดบทสนทนา ยูชานก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างผมแล้วเริ่มชวนคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ไม่หยุด

ทั้งเรื่องที่สเตจของผมเมื่อกี้ดูน่าประทับใจมาก หรือเรื่องที่เขาดรอปเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อมาเข้าร่วมรายการในวันนี้ รวมถึงเรื่องที่เขารู้สึกประหม่ามากเพราะไม่รู้จักใครเลย และอยากจะเป็นเพื่อนกับผม

ขณะที่ผมพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้คุยกับอดีตสมาชิกในวง ผมก็นึกทบทวนถึงประโยคสุดท้ายของยูชานจนต้องชะงักตาค้าง

“…กับผมเหรอครับ? พี่อยากเป็นเพื่อนกับผมเหรอ?”

“หือ? มันน่าแปลกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“อ๋อ เปล่าครับ คือผมก็ชอบพี่นะ แต่ว่ามัน…”

ผมหาคำพูดที่เหมาะสมมาตอบไม่ได้จนต้องหุบปากเงียบไปชั่วขณะ

การได้สนิทสนมกับพี่ยูชานในรายการเซอร์ไวเวิล ทาร์เก็ตติงสตาร์…

“ผมรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจกับโอกาสอันมีค่านี้มากๆ เลยครับ… และผมหวังว่าจะได้ตอบแทนความรักนี้ต่อไปแม้ว่าจะเดบิวต์ไปแล้วก็ตาม”

พี่ยูชานที่ไต่อันดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยทักษะที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดบวกกับนิสัยร่าเริงสดใส จนกลายเป็นเด็กฝึกยอดนิยมและคว้าอันดับสี่ในกลุ่มเดบิวต์มาครองได้อย่างไร้ปัญหา

การได้สนิทกับพี่ชายคนนี้ย่อมเป็นกำลังสำคัญอันประเมินค่าไม่ได้ในการพิชิตเป้าหมายปัจจุบันของรายการทาร์เก็ตติงสตาร์ นั่นคือการเป็นหนึ่งในหกคนสุดท้าย

แต่ว่า…

ผมจะทำแบบนั้นได้จริงๆ น่ะเหรอ?

ที่ผ่านมาผมเอาแต่เป็นตัวถ่วงของพี่ยูชานและสมาชิกคนอื่นๆ มาตลอด ไม่เคยทำตัวเป็นประโยชน์ให้ใครเลย การที่ผมคิดจะเกาะรถบัสคันเดิมไปกับพวกเขาอีกครั้ง มันไม่ดูหน้าด้านเกินไปหน่อยเหรอ?

“เอ่อ คือว่านะครับ…”

ประโยคคำพูดหมุนวนตีกันอยู่ในหัวอย่างไม่เป็นระเบียบ ผมทุบอกตัวเองเบาๆ พลางพยายามเค้นหาคำพูดที่ถูกต้อง

“เอ้า เป็นอะไรไปน่ะ? ดื่มน้ำนั่นเข้าไปแล้วรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”

เมื่อเห็นผมทำตัวแปลกๆ พี่ยูชานก็มองดูด้วยตาโต ก่อนจะเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ เขาก็วาดแขนขึ้นมาโอบไหล่ผมแล้วกระซิบเบาๆ

“นี่เป็นเพราะโดนเมนเทอร์มินซียองดุมาเหรอ? กังวลว่าจะโดนหักคะแนนหรือไง?”

เมื่อได้ยินคำถามนั้น ผมก็เงยหน้ามองเขา สายตากลอกไปมาอย่างเลิกลั่ก

ไม่ มันไม่ใช่เรื่องนั้นเลย

ผมแค่รู้สึกผิดต่อพวกพี่ๆ สมาชิกที่ผมเคยทำให้ต้องลำบากในอดีตต่างหาก

มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการโดนรุ่นพี่มินซียองจับผิดเลยสักนิด!

แต่พี่ยูชานที่คงตีความท่าทางของผมว่าเป็นการยอมรับ จึงตบหลังผมเบาๆ ด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ แล้วกระซิบต่อ

“เฮ้ ไม่เป็นไรน่า พวกเราไม่ได้อายุสิบเจ็ดสิบแปดกันแล้วนะ แล้วถ้าเกิดโดนเล่นงานในกองถ่ายเพราะสนิทกับนายมากเกินไปล่ะก็ พวกเราก็แค่เอาไปโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตก็สิ้นเรื่อง โลกยุคนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ”

ผมฟังคำพูดของพี่ยูชานจนอ้าปากค้าง

อ่า จริงสิ

มันนานมากแล้วที่ผมไม่ได้คุยกับเขา จนเกือบจะลืมไปเลย

เดิมทีแล้วพี่ยูชานก็เป็นคนแบบนี้นี่นา

“ชุนยงอา นายจะไปทนฟังคำพูดพวกนี้ทำไมกัน? ฟ้องเลยสิ!”

ไม่เหมือนกับสมาชิกคนอื่นที่ทักษะการเข้าสังคมถูกทำลายไปเพราะชีวิตการเป็นเด็กฝึกที่ยาวนาน พี่ยูชานเรียนจบตามเกณฑ์ตั้งแต่ประถม มัธยม จนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ เขาจึงจัดการกับปัญหาภายนอกได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

ในช่วงแรกของการเดบิวต์ ตอนที่มีบทความสร้างข่าวใส่ร้ายผมและมีคอมเมนต์แย่ๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด พี่เขาก็เป็นคนคอยช่วยผมรับมือกับเรื่องพวกนั้น

พี่ยูชานจับไหล่ผมเขย่าไปมาอย่างหยอกล้อ พลางหัวเราะร่าด้วยเสียงอันไพเราะ

“เฮ้ ทำไมทำตัวขี้ขลาดแบบนี้ล่ะ? ตอนอยู่บนเวทีทำท่าเหมือนจะเขมือบทุกคนเข้าไปแท้ๆ! นายนี่ตลกชะมัด จะช่วยสอนเต้นให้พี่เยอะๆ ใช่ไหมล่ะ?”

ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

ผมสะกดกลั้นอารมณ์ที่เอ่อล้นอยู่ข้างใน แล้วตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ

“งั้นพี่ก็ต้องสอนผมร้องเพลงด้วยนะครับ”

“โอ้ แน่นอนอยู่แล้ว เรื่องหมูไปไก่มาพี่ยื่นหมูยื่นแมวเก่งจะตาย”

ขณะที่พี่เขายังคงปล่อยมุกตามปกติ ผมที่กำลังจะแย้มยิ้มออกมาก็ได้ยินเสียงประกาศจากนักเขียนบทน้องเล็กดังมาจากบนเวที

“เราจะดำเนินการถ่ายทำใหม่กันแล้วนะคะ! ทุกคนกรุณามารวมตัวกันด้วยค่ะ!”

ผมเดินเคียงข้างพี่ยูชานมุ่งหน้าไปยังข้างเวที พร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นเคย

ผมกัดฟันแน่นด้วยความมุ่งมั่นในใจ

คราวนี้ ผมจะไม่มีวันกลายเป็นตัวถ่วงของสมาชิกอีกเด็ดขาด

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะต้องเดบิวต์ร่วมกับวง ‘แอร์โรส์’ และพวกเราจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกให้ได้

Ad Code

Responsive Advertisement