ตัวปัญหากลับมาแล้ว! - ตอนที่ 19

“บะ… บ้าไปแล้ว”

นาจีฮยอกต้องฝืนกลั้นความรู้สึกอยากปรบมือออกมาอย่างสุดความสามารถโดยไม่รู้ตัว

การไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เคยทำให้เด็กฝึกคนไหนเห็นมาก่อนถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเขา

เพราะคนอื่นอาจคาดเดาเกณฑ์การประเมินของตัวเองจากท่าทางเหล่านั้นได้

‘แต่นี่มันเป็นโชว์ที่ควรค่าแก่การปรบมือให้จริงๆ นะ…!’

แน่นอนว่า ในบรรดาเด็กฝึกที่เตรียมตัวขึ้นเวทีก่อนหน้านี้ ไม่มีใครมีทักษะเทียบเท่าคิมชุนยงเลยสักคน

มีเด็กฝึกที่ทำได้ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่พวกเขาก็แค่แสดงสิ่งที่ซ้อมมาให้ดูเท่านั้น

ทว่า คิมชุนยงที่ยืนอยู่ตรงนี้ ได้นำเสนอ ‘การแสดง’ ที่แท้จริงออกมา

ในฐานะคนที่ขึ้นเวทีร่วมสัมผัสลมหายใจเดียวกับผู้ชมอยู่ทุกปี นาจีฮยอกสัมผัสได้ถึงความแตกต่างนั้นอย่างชัดเจน

“ผะ… ผมขอเริ่มการประเมินก่อนนะครับ”

นาจีฮยอกรีบคว้าไมโครโฟนขึ้นมาเป็นคนแรก พลางพูดอย่างระมัดระวังเพื่อซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้

“ทำได้ดีมาก ดีมากๆ เลยครับ การเลือกวางท่อนเพลงทำได้ดี และการวางแผนเปลี่ยนผ่านจากการร้องไปสู่การเต้นตอนที่เพลงมิกซ์เข้าหากันก็ทำได้เยี่ยมมาก ผมคิดว่านี่เป็นสเตจที่ดึงเอาจุดเด่นของคุณออกมาได้อย่างชัดเจนเลยครับ …แน่นอนว่าเรื่องการร้องยังต้องฝึกซ้อมเพิ่มอีกหน่อยนะครับ”

หลังจากแฝงคำวิจารณ์เบาๆ ลงในฟีดแบ็กแล้ว นาจีฮยอกก็ส่งไมโครโฟนต่อให้คนข้างๆ ด้วยความพอใจในการตัดสินของตัวเอง

เมื่อมุนยุนฮามองไปยังคิมชุนยงด้วยสายตาสับสนและซับซ้อน เธอก็ให้ความเห็นสั้นๆ เหมือนก่อนหน้านี้

“…เป็นสเตจที่สมกับชื่อดี ทำได้ดีมาก”

ทว่า ไม่มีใครรู้สึกเลยว่านั่นไม่ใช่คำชมที่ดีพอ

“……”

จินดาซลที่รับไมโครโฟนมาเป็นคนที่สามอย่างเหนือความคาดหมาย นิ่งเงียบอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากออกมา

บรรยากาศที่เงียบขรึมเป็นพิเศษของเขาชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งแขน

และแล้ว จินดาซลก็…

“นี่นายคิดจะมาเป็นไอดอลจริงๆ งั้นเหรอ…?”

เขาก่อพายุแห่งความสับสนขึ้นมาในทันที

“อะ… อะไรนะครับ เมื่อกี้ว่า…”

คำพูดสุดช็อกของจินดาซลทำให้เวทีตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ

ไม่ว่าจะเป็นการพูดเล่นหรือพูดจริง จินดาซลก็เอาแต่จ้องมองคิมชุนยงเขม็ง

“มะ… เมนเทอร์จินดาซลครับ ช่วยขยายความเพิ่มอีกนิดได้ไหมครับ?”

เพื่อกอบกู้บรรยากาศให้ได้ ชเวกาอนที่กำลังเลิกลั่กจึงรีบเข้ามารับหน้าที่ดำเนินรายการต่อ

“อ่า…”

จนถึงตอนนี้ จินดาซลทำเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเงียบๆ แม้จะได้ยินคำพูดแบบนั้น แต่ครั้งนี้เขากลับจับไมโครโฟนขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

“คือว่านะ… ฉันแค่คิดว่า นายไม่จำเป็นต้องเป็นไอดอลก็ได้น่ะ”

“ขอรายละเอียดเพิ่มอีกหน่อยครับ!”

ชเวกาอนตะโกนบอกพลางเหงื่อแตกพลั่ก

คำว่า “ขอเพิ่มอีก พูดอีก!” ปรากฏขึ้นมาชัดเจนบนหน้าจอเทเลพรอมป์เตอร์ แต่จินดาซลไม่ได้สนใจจะมองมันเลยสักนิด

ในที่สุด หลังจากชเวกาอนชี้นิ้วไปที่จอพรอมป์เตอร์ จินดาซลก็ยอมเปิดปากพูดออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“…นายเต้นเก่งมาก ท่าเต้นนี้ คิดขึ้นมาเองเหรอ?”

เมื่อสังเกตปฏิกิริยาของเหล่าเมนเทอร์อย่างถี่ถ้วน คิมชุนยงก็รีบตอบกลับไปทันที

“ครับ ใช่ครับ ผมคิดขึ้นมาเองครับ”

ตอนที่ขึ้นแสดงในงานเทศกาลดนตรี เขาเป็นคนคิดท่าเต้นขึ้นมาเอง และได้รับการขัดเกลาเพิ่มเติมจากรุ่นพี่ที่เรียนเอกการเต้น

ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องที่คิมชุนยงเป็นคนสร้างสรรค์มันขึ้นมาก็เป็นความจริง

ด้วยความรู้สึกผิดในใจที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย คำตอบอันจริงจังของคิมชุนยงก็ทำให้จินดาซลยิ่งดูขรึมขึ้นไปอีก ก่อนจะค่อยๆ พูดต่อ

“ฉันไม่อยากให้นายไปเป็นไอดอลเลย… แต่อยากให้นายมาเข้าทีมเต้นของฉันมากกว่า”

เหล่าเด็กฝึกตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง

ทุกคนต่างเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำพูดของจินดาซลที่ชวนให้คิมชุนยงเข้าทีมเต้นของตัวเองเป็นอย่างดี

‘พรสวรรค์ด้านการเต้นของหมอนั่นมันเหนือชั้นกว่าระดับไอดอลไปแล้ว!’

เมื่อได้ยินคำพูดหลุดกรอบอย่างต่อเนื่องของจินดาซล โปรดิวเซอร์ที่เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังกล้องก็ปรบมืออย่างยินดีปรีดา

“ให้ตายสิ เจ้าหมอนั่น คิมชุนยง ฉันก็หวังให้เขาทำได้ดีอยู่หรอกนะ แต่ไม่นึกว่าจะทำได้ถึงระดับนี้เลย?”

คิมชุนยงที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ จึงตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ประหม่าเล็กน้อยแต่ยังคงความสุขุมเอาไว้

แน่นอนว่าในสายตาของเมนพีดี ฉากนี้จะต้องเป็นซีนที่ตัดต่อออกมาได้สมบูรณ์แบบที่สุด

“ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ… แต่ผมอยากเป็นไอดอลครับ ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณสำหรับความหวังดีมากๆ นะครับ”

“อืม ถ้าคุยกันทีหลังก็ไม่มีปัญหานะ มีเบอร์โทรศัพท์ฉันหรือยังล่ะ…”

นี่ก็เป็นอีกฉากที่ต้องเอาไปใช้!

“เอาล่ะครับ ทีนี้เรามาฟังการประเมินจากเมนเทอร์มินซียองกันบ้างดีไหมครับ?”

ชเวกาอนรีบพูดแทรกตัดบทจินดาซลที่กำลังตัดสินตามความชอบส่วนตัวทันที เพื่อดำเนินรายการต่อไป

“……”

ใบหน้าที่ปกติจะไร้อารมณ์ของจินดาซลเผยความเสียดายออกมาเล็กน้อย

“…พวกโปรดิวเซอร์”

เพราะคำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่ทีมงาน ไม่ใช่คิมชุนยงที่อยู่บนเวที ทีมงานจึงรีบเขียนเครื่องหมาย ‘????’ ลงบนสมุดสเก็ตช์ภาพทันที

“ทำไมถึงไม่ตรวจสอบเพลงล่วงหน้ากันก่อนคะ?”

คำพูดของมินซียองช่างเฉียบคมและแทงใจดำ

“แบบนี้มันขัดกับความยุติธรรมนะคะ โดยเนื้อแท้แล้ว เขาแสดงไปถึงสองเพลง เด็กฝึกคนอื่นทำแบบนี้ไม่ได้เพราะไม่มีความสามารถงั้นเหรอคะ? ฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ”

Ad Code

Responsive Advertisement