จูพีดีหัวเราะหึๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ
“เรื่องงามหน้าที่พวกนายเคยก่อไว้ในอดีต สำหรับฉันแล้วมันคือวัตถุดิบชั้นดีในการปั่นเรตติ้งเลยล่ะ”
ใช่แล้ว เพราะคนพรรค์นี้นี่แหละที่ทำให้ผมต้องพบเจอกับช่วงเวลาอันยากลำบาก
คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเรตติ้ง
เขาคือคนที่เอาพฤติกรรมตัวปัญหาของผมไปทำเป็นสกู๊ปพิเศษในรายการข่าวบันเทิงอีกรายการที่ตัวเองดูแลอยู่
และอาจจะเป็นคนเดียวกับที่ตัดคลิปสั้นตอนผมขมวดคิ้วสู้แสงไฟบนเวทีไปปล่อย พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตๆ ว่า ‘ไอดอลผู้รังเกียจแฟนคลับ’ ก็ได้
ผมกัดฟันกรอดพลางจ้องมองจูพีดี พยายามข่มความเกลียดชังเอาไว้ให้ลึกที่สุด
แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกผมจ้องมองอยู่ ยังคงฮัมเพลงในลำคออย่างสบายอารมณ์ด้วยท่าทางหยิ่งยโส
“ถ้ามีใครโดนไล่ออกเพราะเรื่องพวกนั้น สำหรับฉันแล้วมันยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะมันจะกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที ถึงฉันอาจจะต้องเขียนจดหมายขอโทษออกสื่อว่าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่มันจะไปยากอะไรล่ะจริงไหม? แค่มีเรื่องอื้อฉาวแบบนั้นเกิดขึ้น คนก็แห่เข้ามาดูรายการฉันเพิ่มขึ้นเป็นพันๆ คนแล้ว”
จูพีดีเสยผมขึ้นจากหน้าผากแล้วพูดต่อหน้าตาเฉย
“พวกนายเองก็อยากสร้างกระแสจากการได้ออกรายการเดียวกับคนพวกนั้นไม่ใช่เหรอ? การมีภาพลักษณ์ที่ขาวสะอาดบริสุทธิ์ในฐานะเด็กฝึก อาจจะทำให้ได้คะแนนโหวตจากผู้ชมเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลยก็ได้ มีแต่ได้กับได้ แฮปปี้กันทุกฝ่าย ฉันหมายถึงแบบนั้นแหละ”
ทั่วทั้งห้องสัมมนาตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับป่าช้า
มันคือคำประกาศอย่างเปิดเผยว่าจะใช้พวกเราเป็นเครื่องมือทำมาหากินของรายการอย่างถึงที่สุด
สำหรับเด็กฝึกอายุน้อยที่มีความฝันอยากจะเดบิวต์ผ่านรายการเซอร์ไวเวิลนี้ คำพูดเหล่านั้นฟังดูเสียดแทงและโหดร้ายเกินทน
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่สำหรับผม
ถ้าเอาคอมเมนต์ด่าทอที่ผมเคยได้รับตอนทำหน้าที่เป็นสมาชิกตัวปัญหามาเรียงต่อกัน มันคงพันรอบโลกได้ถึงสองรอบด้วยซ้ำ เรื่องแค่นี้จึงไม่ได้สะเทือนผิวผมเลยสักนิด
ดังนั้น หน้าที่ในการทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี้จึงตกเป็นของผม
“ขอโทษนะครับ พีดี”
“หืม?”
ตอนที่ผมยกมือขึ้นพูด จูพีดีก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ทำไม? คิดจะถอนตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือไง?”
“เปล่าครับ ไม่ใช่เรื่องนั้น… ถ้าพวกเราเซ็นใบนี้เสร็จแล้ว สามารถเข้าไปสัมภาษณ์ต่อได้เลยไหมครับ?”
เมื่อได้ยินคำพูดที่ตรงไปตรงมาของผม จูพีดีก็ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อพลางขยับแว่นตา
“…ให้ตายสิ นี่นายเซ็นชื่อไปแล้วเหรอ? ได้อ่านข้อตกลงเรื่องค่าปรับและบทลงโทษบ้างหรือเปล่าเนี่ย?”
ผมพูดแทรกตัดบทจูพีดีทันควัน
“ถ้าพวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอ่านไม่ใช่เหรอครับ?”
ในอดีต พอได้ยินคำพูดขู่แบบนั้น ผมมัวแต่นั่งจมอยู่กับความคิดในห้องสัมมนานี้ตั้งนานสองนาน มัวแต่กังวลว่าตัวเองเคยทำอะไรผิดไปบ้างหรือเปล่า ซึ่งผลลัพธ์ก็มีแค่ทำให้เสียเวลาซ้อมไปฟรีๆ
คราวนี้ผมจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นอีก
แน่นอนว่าบางคนอาจจะมองว่าการสละเวลาไปสัมภาษณ์สั้นๆ แค่หนึ่งนาทีมันก็เป็นการเสียเวลาเหมือนกัน แต่ว่านะ…
“ผมขอเข้าไปสัมภาษณ์เป็นคนแรกได้ไหมครับ?”
ในการที่จะก้าวขึ้นเป็นสุดยอดเคป็อปไอดอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เวลาซ้อมทุกนาทีทุกวินาทีล้วนมีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งขว้าง
และมันไม่ใช่แค่เพราะคำพูดแดกดันของจูพีดีหรอก แต่ความจริงที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่มีอะไรต้องไปหวาดกลัว
ชีวิตวัยเรียนของผมขาวสะอาดไร้รอยมลทิน โรงเรียน ห้องซ้อม บ้าน โรงเรียน ห้องซ้อม บ้าน วนลูปอยู่แค่นี้ เพื่อนที่โรงเรียนผมยังแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ
การออกนอกลู่นอกทางเพียงอย่างเดียวในชีวิตคือการแอบโดดซ้อมไปเล่นเกมที่ร้านอินเทอร์เน็ตแค่ครั้งเดียว ซึ่งทุกคนในห้องนี้ก็น่าจะเคยทำกันทั้งนั้น
ในบรรดาคนที่เข้าร่วมรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> ไม่เคยมีใครต้องถูกส่งตัวกลับบ้านก่อนกำหนดเพราะคดีความรุนแรงในโรงเรียนเลยสักคนเดียว
“…”
จูพีดีจ้องมองผมเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง ก่อนจะหันไปสะกิดคนเขียนบทน้องเล็ก
“ฮาจุน ช่วยเก็บรวบรวมหนังสือสัญญาที่เซ็นแล้วตามลำดับให้ทีนะ แล้วก็นาย… เด็กฝึกคนที่ยกมืออยู่ตรงนั้นน่ะ?”
ดวงตาของจูพีดีเป็นประกายวาววับขึ้นมา
“เออนาย นั่นแหละ เข้าไปสัมภาษณ์คนแรกเลย ตามฉันมา”
ไม่นานนัก ผมก็เดินตามคุณพีดีไปยังห้องทำงานที่อยู่ติดกับห้องสัมมนา
จนกระทั่งได้เห็นตากล้องยืนประจำตำแหน่งอยู่หน้ากล้องที่ตั้งไว้ คนเขียนบทหลัก และป้ายโลโก้ดีไซน์สุดเท่ของรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> มันถึงทำให้ผมรู้สึกตระหนักได้อย่างแท้จริง
ผมได้กลับมาอยู่ที่รายการเซอร์ไวเวิลเพื่อการเดบิวต์นี้อีกครั้งแล้วจริงๆ
…ผมได้กลับมาที่นี่เพื่อเดบิวต์ร่วมกับสมาชิกวงแอร์โรวส์อีกครั้ง
ผมสลัดความรู้สึกอ่อนไหวทิ้งไปแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับคุณพีดี
หลังจากเช็ดมือและตรวจดูข้อมูลส่วนตัวของผมเรียบร้อยแล้ว พีดีที่ยืนอยู่หน้ากล้องก็ดีดนิ้วเรียกความสนใจจากผม
“เอาล่ะ… สเตจเนมของนายคือเร็กซ์สินะ? ในใบประวัติเขียนไว้ว่าเร็กซ์ ถูกต้องไหม?”
“อ๋อ ผมชื่อคิมชุนยงครับ ในรายการช่วยแนะนำตัวผมด้วยชื่อชุนยงทีนะครับ”
ตอนนี้ผมไม่ใช่ไอ้ขยะเร็กซ์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เพราะฉะนั้น รอบนี้ผมจะไม่ใช้ชื่ออย่างเร็กซ์ที่ไม่เข้ากับตัวเองเด็ดขาด
‘ชื่อเร็กซ์บ้าบออะไรกัน ฉันไม่ใช่ไดโนเสาร์สักหน่อย’
พอได้ยินคำตอบของผม จูพีดีก็กลอกตาไปมาพลางเกาแก้มแกรกๆ
“…นายจะใช้ชื่อนั้นออกอากาศจริงๆ เหรอ? ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับท่านประธานมาก่อนใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมค่อยไปอธิบายทีหลังเอง รบกวนช่วยใช้ชื่อชุนยงด้วยนะครับ”
คุณพีดีสบตากับผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ
“เอาแบบนั้นก็ได้ คิมชุนยง ชุนยง… ชื่อเชยสะบัดเลย แต่ก็นะ… มันแปลกดี อาจจะกลายเป็นไวรัลก็ได้”
คุณพีดีเอานิ้วเคาะกล้องข้างตัวเบาๆ แล้วอธิบายต่อ
“เนื่องจากนี่เป็นการสัมภาษณ์รอบแรกความยาวแค่หนึ่งนาที ฟุตเทจนี้จะไม่ถูกนำไปออกอากาศในรายการหลัก มันเป็นเหมือนการทดสอบหน้ากล้องเฉยๆ พอนับจังหวะตบมือแล้ว ให้นายแนะนำตัวสั้นๆ แล้วก็พูดถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อรายการ เข้าใจนะ?”
“เข้าใจครับ”
คำพูดของพีดีมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องโกหกปนกันอยู่ครึ่งต่อครึ่ง
มันแค่ไม่ได้เอาไปฉายในรายการหลักทางโทรทัศน์เท่านั้นแหละ
แต่คลิปสัมภาษณ์นี้จะถูกอัปโหลดลงบนช่องยูทูบอย่างเป็นทางการของ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> แบบแทบไม่ตัดต่อเลยทันทีหลังจากที่ตอนแรกออกอากาศต่างหาก
“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง—”
แปะ!
“สวัสดีผู้ชมรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> ทุกคนครับ! ยินดีที่ได้พบกันแบบนี้นะครับ ผมชุน! ยง! ชุนยง ผู้ที่จะมาขโมยหัวใจของทุกคนเองครับ! ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ!”
ฉันอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่นไปร้านทำผมตั้งแต่เช้ามืดก็เพื่อช็อตนี้แหละ ไอ้พีดีเวรเอ๊ย
Social Plugin