ตัวปัญหากลับมาแล้ว! - ตอนที่ 12

การถ่ายทำสัมภาษณ์รอบแรกความยาวหนึ่งนาทีใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว

“เอ่อ… ผมคิมจูอันครับ… แล้วก็ ผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้เดบิวต์ให้ได้ครับ…”

จูชอลยอง เมนพีดีแห่งรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> ขมวดคิ้วมุ่นพลางจ้องมองเด็กฝึกที่กำลังพูดจาอึกอักตะกุกตะกักอยู่ตรงหน้า

“หมอนี่อยากจะเดบิวต์จริงๆ หรือเปล่าเนี่ย? ทำไมถึงได้ดูปอดแหกขนาดนั้น?”

ทั้งที่บอกไปแล้วว่าเป็นแค่การทดสอบหน้ากล้องง่ายๆ เพื่อให้คลายความตื่นเต้น และถึงแม้นี่จะเป็นโปรเจกต์เซอร์ไพรส์ที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ประหม่าถึงขนาดนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย

“คราวนี้คุณก็มาร่วมงานด้วย รายการที่ผมรับผิดชอบมันต้องปังระดับถล่มทลายเท่านั้น”

จูชอลยองส่งเด็กฝึกที่เพิ่งสัมภาษณ์เสร็จแบบกระท่อนกระแท่นออกจากห้องไป ก่อนจะเรียกอีฮยอนจอง คนเขียนบทหลักเข้ามาหา

เพื่อประชุมระดมความคิดสำหรับการออกอากาศตอนแรก

“คุณนักเขียนคิดว่าเด็กคนไหนทำได้ดีที่สุดล่ะ?”

ฮยอนจองพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ

“มันสำคัญด้วยเหรอคะว่าเด็กพวกนั้นจะทำได้ดีหรือไม่ดี? ยังไงคนเก่งก็ไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มที่ทางเอจีขอให้เราช่วยดันอยู่แล้วนี่คะ”

“อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นสิ เด็กฝึกมีตั้งสิบแปดคน มันอาจจะมีเพชรในตมคนอื่นนอกจากเด็กพวกนั้นก็ได้ ลองว่ามาสิ”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฮยอนจองก็เริ่มหักนิ้วไล่ไปทีละคน

“ถ้าตัดพวกสายเลือดแท้ของเอจีออกไป… ในบรรดาผู้สมัครอิสระ ก็มีเด็กที่มาจากอังกฤษคนหนึ่ง แล้วก็นักศึกษาจากภาควิชาปรัชญาและวิจิตรศิลป์อีกคนค่ะ”

“มีแค่นั้นเหรอ? ไม่มีใครอีกแล้วแน่นะ?”

ความจริงแล้ว ชอลยองมีเด็กฝึกคนหนึ่งที่เล็งไว้ในใจอยู่แล้ว

และเขาก็มั่นใจว่าคนเขียนบทคนนี้จะต้องพูดถึงคนคนเดียวกันอย่างแน่นอน

“อ้อ แล้วก็มีเด็กคนนั้นที่มีชื่อโบราณๆ น่ะค่ะ ชุนซิก หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ”

“…คิมชุนยงน่ะเหรอ?”

“ใช่ค่ะ คนนั้นแหละ จะพูดยังไงดีล่ะ… ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนที่เตรียมตัวมาพร้อมแล้วน่ะค่ะ”

“ผมคิดไว้แล้วเชียวว่าคุณนักเขียนต้องมองเหมือนกัน”

จูชอลยองเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

“ผู้สมัครอิสระแต่แวะไปแต่งหน้าทำผมที่ร้านซาลอนมาเนี่ยนะ? ก็นะ พวกที่รู้เรื่องล่วงหน้าต่างก็พากันไปที่ร้านทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ ผลลัพธ์สุดท้ายมันก็ออกมาเหมือนกัน แต่เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการแสดงออกหรอก มันเกี่ยวกับตัวคิมชุนยงเองต่างหาก แววตาของหมอนั่นมันไม่เหมือนคนอื่น”

อย่างไรก็ตาม ฮยอนจองกลับตอบคำพูดของชอลยองด้วยน้ำเสียงกังขา

“ทำไมพีดีถึงชอบพูดเรื่องพวกนี้เหมือนกับเป็นเรื่องโชคชะตาลิขิตอยู่เรื่อยเลยล่ะคะ? นี่พีดีก็เชื่อเรื่องงมงายพวกนี้กับเขาด้วยเหรอ?”

ชอลยองเคาะที่พักแขนของเก้าอี้พลางขึ้นเสียงสูง

“โธ่ คุณนักเขียนครับ มันไม่ใช่เรื่องโชคชะตาอะไรทำนองนั้นสักหน่อย คุณได้เห็นตอนที่หมอนั่นมองตรงเข้ามาในกล้องแล้วพูดไหมล่ะ? ไม่มีความเก้งก้างเคอะเขินเลยแม้แต่นิดเดียว ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่คลุกคลีอยู่ในกองถ่ายมาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าปี ขนาดซนแจฮาที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวท็อปในบรรดาเด็กฝึกชายของเอจียุคนี้ ยังมีจังหวะประหม่าให้เห็นเลยนะ”

‘เด็กนั่นเก่งขนาดนั้นจริงเหรอ?’ ฮยอนจองนึกย้อนไปถึงตอนสัมภาษณ์ของคิมชุนยง

“ก็จริงค่ะ ถ้าพูดถึงเรื่องความเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนเขาจะแตกต่างจากคนอื่นอยู่พอสมควร”

ชอลยองหยิบปากกาขึ้นมาวาดรูปดาวดวงใหญ่ลงบนใบประวัติส่วนตัวของคิมชุนยง

“คราวนี้ผมกะว่าจะดันคิมชุนยงดูสักหน่อย เจ้าเด็กคนนี้จะต้องเป็นตัวแบกเรตติ้งให้รายการได้อย่างแน่นอน ผมมั่นใจมากๆ สัญชาตญาณของผมมันบอกแบบนั้น”

“แต่แล้วเด็กเส้นของผอ.ชินล่ะคะ? ถ้าเราไม่ช่วยดันเขา อาจจะโดนกดดันเอาได้นะ…”

“เดี๋ยวก่อนครับ คุณนักเขียน”

ชอลยองยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากเพื่อส่งสัญญาณให้เงียบเสียงลง ก่อนจะใช้อีกมือชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง

“…อ๊ะ”

เมื่อมองตามทิศทางที่นิ้วชี้ไป ฮยอนจองก็รีบหุบปากลงทันที

เธอเผลอลืมตัวไปชั่วขณะ

พวกเขายังคงนั่งคุยกันอยู่ภายในตึกของเอจี

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าด้านนอกก็ค่อยๆ เงียบหายไป และเมื่อเห็นจูชอลยองพยักหน้าให้ ฮยอนจองจึงเอ่ยปากพูดต่อ

“ยังไงเขาก็ต้องได้เข้ามาค่ะ มีหลายส่วนที่เราตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว”

“ตอนนี้ผอ.ชินไม่ได้อยู่ในเกาหลี กำลังไปดึงเงินลงทุนจากจีนอยู่ ตราบใดที่ผอ.ชินยังไม่กลับมา ผมจะถ่ายทำรายการยังไงตามใจชอบก็ได้ทั้งนั้น”

“เหอะๆ ระวังตัวไว้เถอะค่ะพีดี เดี๋ยวจะโดนแทงข้างหลังเอาไม่รู้ตัว”

“เรื่องนั้นเอาไว้โดนก่อนแล้วค่อยคิดก็ยังทัน”

ชอลยองลูบคางตัวเองพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างทรนง

มันเป็นท่าทางที่มักจะแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ เวลาที่จูชอลยองมีความมั่นใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเต็มเปี่ยม

“แล้วต่อให้ผอ.ชินจะไม่พอใจแล้วมันจะทำไมล่ะ? ผมรับประกันได้เลยว่า ถ้าผอ.โดเห็นว่าผมกำลังดันคิมชุนยงอยู่ เขาจะต้องอ้าแขนรับด้วยความยินดีแน่นอน จำวงเลดี้สวอนได้ไหม? ในวงนั้นมีสมาชิกต่างชาติอยู่สักคนหรือเปล่าล่ะ?”

“เอ่อ… นั่นก็จริงค่ะ ทุกคนเป็นคนเกาหลีหมดเลย”

“สรุปสั้นๆ ก็คือ ถ้ามีคิมชุนยงเพิ่มเข้ามาอีกคน คุณก็คัดเลือกสมาชิกออกมาได้ประมาณหกถึงแปดคนแล้วใช่ไหมล่ะ? คนที่ลงคะแนนโหวตไม่ใช่พวกเราสักหน่อย แต่เป็นพวกเมนเทอร์กับสาธารณชนต่างหากล่ะ จากนั้นก็แค่คัดออกไปตามระเบียบ คุณก็รู้นี่”

‘แต่ว่า… พวกเราคือคนที่ชี้นำและสร้างรายการขึ้นมาเพื่อให้ผลโหวตมันออกมาเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอไง’

ฮยอนจองกลืนคำพูดประโยคนี้กลับลงคอไป ไม่กล้าพูดออกมาดังๆ

นั่นเป็นเพราะว่าจูชอลยอง ชายผู้มีสัมผัสมิดาสแห่งวงการรายการเซอร์ไวเวิลไอดอล กำลังแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

“รายการนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายแน่ คุณนักเขียน สัญชาตญาณของผมมันบอกว่า ทุกอย่างจะลงล็อกอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งฝั่งเมนเทอร์ ตัวเอกของรายการ หรือแม้กระทั่งพวกตัวประกอบไม้ประดับพวกนั้น”

แม้จะรู้สึกขนลุกและสะอิดสะเอียนอยู่บ้างที่เห็นชอลยอง ผู้ซึ่งกำลังเอาชีวิตและความฝันของเหล่าเด็กฝึกวัยรุ่นมาล้อเล่น เรียกเด็กพวกนั้นว่าเป็นแค่ ‘ไม้ประดับ’ แต่ฮยอนจองก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้

“ถ้างานนี้ไปได้สวย หลังจบรายการ คุณก็พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนได้เลยนะ ผมจะอนุมัติวันลาพักร้อนให้ยาวๆ เลย”

…เธอไม่มีความคิดที่จะก้าวขาลงจากเรือรบที่ไม่มีวันจมลำที่ชื่อว่าจูชอลยองลำนี้หรอก

เหลือเวลาอีกเพียงสองวันก่อนจะถึงวันเปิดกล้องถ่ายทำจริงครั้งแรก

วันที่คุณพีดีจะได้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของตัวเองก็เหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้นเช่นกัน

Ad Code

Responsive Advertisement