“ทุกคนเหนื่อยกันหน่อยนะ!”
ในช่วงค่ำ หลังจากเสร็จสิ้นการติวเข้มท่าเต้นกับจินดาซลและการอัดเสียงไกด์เพลงต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ ชุนยงฮยอง จะไปไหนน่ะ?”
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ!”
ผมรีบพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำภายในหอพักทันที
นั่นก็เพราะว่า
ปิ๊ง! ปิ๊ง! ปิ๊ง! ปิ๊งป่อง!
เสียงอันน่าขนลุกนี้เริ่มดังขึ้นมาไม่หยุดหย่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“เมื่อกี้เสียงอะไรน่ะ…”
“เสียงริงโทนของใครน่ะ ชะ…ชุนยงเหรอ?”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น สายตาของเหล่าเด็กฝึกที่มองมายังผมราวกับเป็นภาพในความฝัน ไม่ว่าผมจะปฏิเสธสุดชีวิตว่านั่นไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนที่ตัวเองตั้งไว้สักแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์
พวกนั้นเอาแต่มองผมด้วยสายตาราวกับจะบอกว่า ‘ที่แท้รสนิยมของนายก็เป็นแบบนี้เองสินะ…’
“ไม่สิ เอาจริงดิ… เสียงริงโทนบ้าอะไรเนี่ย?”
ในขณะที่ผมกำลังเปิดหน้าจอมือถือที่ดับสนิทขึ้นมาอย่างหัวเสีย ข้อความจาก X ก็หลั่งไหลลงมาราวกับเขื่อนแตก
– X: นี่ๆ ผลลัพธ์ของสกิลเป็นยังไงบ้างล่ะ?
– X: ฉันเองก็ไม่เคยเห็นสกิล <การเต้นสะกดขวัญคู่ต่อสู้> มาก่อนเหมือนกัน เลยไม่ค่อยรู้ผลลัพธ์ของมันเท่าไหร่ ปกติแล้วมักจะมีแต่สกิลสายร้องมากกว่าน่ะ
– X: รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปบ้างไหม? หรือว่าสเตตัสเพิ่มขึ้นแล้วจนไม่ค่อยรู้สึกอะไร?
– X: เมื่อกี้จูอันหรืออินจูอะไรนั่นหน้าแดงแจ๋เลย 5555 โคตรตลก สมชื่อจริงๆ เลยว่ะ
ผมนิ้วรัวแป้นพิมพ์บนหน้าจออย่างรวดเร็วด้วยความเดือดดาลที่มีต่อ X ผสมปนเปกับความเหนื่อยล้าจากการซ้อม
– คิมชุนยง: ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องผลของสกิลหรืออะไรทั้งนั้นนะ
– คิมชุนยง: ฉันบอกนายเป็นรอบที่เก้าแล้วนะ
– คิมชุนยง: เปลี่ยนเสียงแจ้งเตือนเดี๋ยวนี้เลย ;;
– คิมชุนยง: เมื่อไหร่นายจะยอมเปลี่ยนมันจริงๆ สักที? ฉันอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้วเนี่ย
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง X ก็ตอบกลับมาด้วยประโยคที่ชวนให้ประสาทเสียอยู่เสมอ
– X: ฉันไม่ได้อายด้วยสักหน่อย ไม่ใช่ปัญหาของฉันนี่นา (แบร่) (แบร่)
“ให้ตายเถอะ…”
ผมขยำหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิดพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่า การโมโหใส่ X ที่มีตัวตนอยู่แค่ในหน้าจอมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยสักนิด
ใช่แล้ว วิธีเดียวที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับหมอนี่ได้ ก็คือการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการเคป็อปให้เร็วที่สุด
และในตอนนี้ มีเรื่องที่สำคัญกว่าการมานั่งตัดสินชี้ชะตาชีวิตของ X อยู่
“ถ้าความรู้สึกของฉันมันถูกต้องล่ะก็…”
หัวใจของผมเต้นระรัวขณะกดเข้าไปที่แท็บ ‘หน้าต่างสถานะ’ ในแอปพลิเคชัน
สถานะก่อนหน้านี้ของผมมันเละเทะไม่เป็นท่า
ทั้งการเต้น การร้อง การแร็ป หรือแม้กระทั่งรูปลักษณ์และเสน่ห์ ต่างก็ประกอบไปด้วยตัวเลขที่น่าเวทนายิ่งกว่าช่วงเวลานี้ตามปกติเสียอีก
ทว่าในระหว่างที่กำลังเต้นท่อนแดนซ์เบรกต่อหน้าคิมจูอัน ผมกลับรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป
ความรู้สึกราวกับกำลังทะยานขึ้นมาจากจุดต่ำสุด
[หน้าต่างสถานะ]
ชื่อ: คิมชุนยง (เด็กฝึกหัดในรายการเซอร์ไววัล)
การร้อง: 52 (55) (เด็กฝึกหัดไอดอล)
การแร็ป: 50 (63) (เด็กฝึกหัดไอดอล)
การเต้น: 70 (84) (นักเต้นเสริมประจำวงไอดอล)
รูปลักษณ์: 71 (80) (ไอดอลหน้าตาดี)
เสน่ห์: 55 (75) (เด็กฝึกหัดไอดอล)
[สกิล:]
ออร่าของไอดอล (F)
การเต้นสะกดขวัญคู่ต่อสู้ (C)
เจตจำนงของอันดับที่ 6 (F)
“อย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย”
แม้จะยังไม่เทียบเท่ากับสเตตัสในสมัยที่ยังเป็นไอดอล แต่ก็มีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดเจน
โดยเฉพาะเรื่องการเต้น
[การเต้น: 70 (84) (นักเต้นเสริมประจำวงไอดอล)]
ตอนที่ซ้อมคนเดียวในสตูดิโอ แค่จะเพิ่มขึ้นมาสัก 1 แต้มยังยากเย็นแสนเข็ญ แต่ตอนนี้ผมถึงขั้นได้ฉายานักเต้นเสริมประจำวงไอดอลมาครองแล้ว
ถ้าหากผมยังคงพัฒนาต่อไปในระดับนี้ บนเวทีรอบไฟนอลของรายการ <ทาร์เก็ตติงสตาร์> ผมอาจจะได้โชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์ด้วยความสามารถที่ใกล้เคียงกับสเตตัสดั้งเดิมของตัวเองก็เป็นได้
ถึงแม้มันจะยังไม่ใช่จุดสูงสุดในอาชีพของผมก็ตามที
ผมใช้นิ้วลูบตรงส่วนของหน้าจอที่แสดงผลสกิล <การเต้นสะกดขวัญคู่ต่อสู้>
ถ้าหากไม่ได้สกิลนี้ล่ะก็ ผมคงไม่มีทางเต้นท่อนแดนซ์เบรกผ่านได้ในรอบเดียวแน่
ไม่ว่าผมจะเคยซ้อมท่าเต้นพวกนี้มาหนักหน่วงแค่ไหน แต่หลังจากผ่านมานานถึง 7 ปี ความทรงจำพวกนั้นก็ย่อมเลือนรางไปตามกาลเวลา
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีที่คิมจูอันเข้ามาท้าทายเพราะอยากจะเป็นเซ็นเตอร์ จู่ๆ ท่าเต้นท่อนแดนซ์เบรกพวกนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวของผมเองอย่างเป็นธรรมชาติ
แม้ว่าผมจะรู้สึกหงุดหงิดกับ X มากแค่ไหน แต่ความจริงที่ว่าสกิลที่ได้รับมานี้ได้ช่วยชีวิตผมเอาไว้ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี
ในฐานะคนที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเป็นเมนแดนซ์ การคว้าตำแหน่งเซ็นเตอร์ในท่อนแดนซ์เบรกมาครองให้ได้จึงถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
ไม่ว่ามันจะเป็นการยั่วยุของคิมจูอันหรืออะไรก็ตาม ผมไม่มีความคิดที่จะยอมยกตำแหน่งของตัวเองให้ใครไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
Social Plugin