จีฮวาซองเริ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาขณะมองคิมจูอันที่กำลังขยี้หัวตัวเองไปมา เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงบทสนทนาให้เบนไปในทิศทางอื่น
“คือว่า พวกเราทุกคนต่างก็เห็นแล้วว่าชุนยงเต้นเก่งแค่ไหน แล้วเพราะแบบนั้น เขาถึงยอมลดท่อนร้องของตัวเองลงให้น้อยหน่อยไง…”
เดิมทีทุกคนก็ได้ท่อนที่ตัวเองถนัดไปแล้ว แค่ทำตรงนั้นให้โดดเด่นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะทำออกมาได้ดีไหม แล้วจะมาละโมบอยากได้ท่อนแดนซ์เบรกไปทำไมกัน?
นายแค่กำลังอยากจะทำลายบรรยากาศดีๆ ตอนนี้ชัดๆ
จีฮวาซองรู้สึกถึงโทสะที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ข้างใน
‘ไม่สิ ไม่ได้เด็ดขาด ในทีมที่ฉันเป็นหัวหน้า จะให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นไม่ได้นะโว้ย ไอ้เวรนี่!’
“จูอัน เรื่องนั้นมันออกจะ… พวกเราแบ่งท่อนกันเสร็จหมดแล้วนะ”
“ท่อนแดนซ์เบรกไม่เกี่ยวกับท่อนร้องสักหน่อย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงยกให้เขาง่ายๆ แบบนั้นล่ะ?”
“คือว่านะ จูอัน ท่อนร้องของนายก็ไม่ได้น้อยเลยนะ แต่ถ้าชุนยงได้ท่อนแดนซ์เบรกไปด้วย…”
เมื่อซอบินช่วยพูดสนับสนุนความคิดเห็นของจีฮวาซอง คิมจูอันที่เหลือบมองกล้องแวบหนึ่งก็ยกมือขึ้นกุมศีรษะ ทำหน้าตาราวกับคับแค้นใจเสียเต็มประดา
“…พวกนายกำลังจะบอกว่าฉันดันทุรังเอาแต่ใจอยู่ใช่ไหม?”
“เปล่าครับ พี่จูอัน ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น…”
“ไม่ พวกนายกำลังพูดแบบนั้นอยู่ชัดๆ”
พวกนายนี่มันใจร้ายกันเกินไปแล้วจริงๆ คิมจูอันที่ทิ้งท้ายด้วยประโยคเผด็จศึกเริ่มส่งเสียงสะอื้นเบาๆ พลางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาซ้ำๆ
“ให้ตายเถอะ ร้องไห้แล้วเหรอเนี่ย?”
“ดูเหมือนจะใช่นะ ดูเหมือนเขากำลังร้องไห้งอแงอยากได้ท่อนเพิ่มอยู่เลย”
เด็กฝึกต่างชาติอย่างโลแกนและเกาเยี่ยนที่ไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้ ในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้นมา
และทันใดนั้น ราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว คิมจูอันก็ขึ้นเสียงตอบกลับทันที
“ฉันก็แค่คิดว่าพวกเราทุกคนควรจะได้รับโอกาสให้โดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน…”
‘ไอ้หมอนี่ วอนซะแล้ว!’
จีฮวาซองที่พร้อมจะลากคิมจูอันเข้าไปเคลียร์ในมุมอับของกล้องหากจำเป็น เริ่มเปิดปากพูด
“พี่ครับ ถ้าพี่ยังทำตัวแบบนี้ต่อไป…”
“ถ้านายอยากเป็นเซ็นเตอร์ขนาดนั้น งั้นนายก็เอาไปสิ”
“…หา?”
จีฮวาซองเบิกตากว้าง หันขวับไปมองคิมชุนยงที่จู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้นมาจากด้านหลัง
จู่ๆ คิมชุนยงก็วางแท็บเล็ตในมือลง เหยียดแขนยาวๆ ออกไปแล้วเริ่มยืดเส้นยืดสาย
‘ฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย?’
“ชะ…ชุนยง นายพูดว่าอะไรนะ?”
คิมจูอันพูดจาติดอ่าง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับข้อเสนอให้ทำหน้าที่นี้อย่างง่ายดายปานนั้น แต่คิมชุนยง คนที่เพิ่งจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงมา กลับมีสีหน้าเรียบเฉยอย่างไม่น่าเชื่อ
“นายบอกว่าอยากเป็นเซ็นเตอร์ไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ฉันเพิ่งดูวิดีโอท่าเต้นไป ฉันคิดว่าฉันไปยืนเป็นตำแหน่งซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ ตรงนี้ก็น่าจะโอเคแล้วล่ะ สัดส่วนแอร์ไทม์ในทีมเราก็ไม่ได้น้อยอะไรขนาดนั้นด้วย”
คิมชุนยงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ถ้านายอยากทำ ก็ทำไปสิ จริงไหม?”
วินาทีที่จีฮวาซองเห็นรอยยิ้มของคิมชุนยง ลางสังหรณ์บางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวว่า ทีมนี้อาจจะไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอีกต่อไปแล้ว
“โอ้ เยี่ยมมาก! รักษาบล็อกกิ้งเอาไว้ แล้วก็ ตะ-ตะ-ต๊ะ หมุนตรงนี้!”
แม้ว่าจีฮวาซองจะต้องพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อสร้างบรรยากาศ แต่การซ้อมเต้นรอบแรกก็ดูเหมือนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ในความเป็นจริง การเต้นของพวกเขาที่ไม่มีครูสอนท่าเต้นคอยคุม หากมองดูดีๆ แล้วมันคือความเละเทะอย่างสิ้นเชิง
ทว่าสิ่งที่สำคัญก็คือ สมาชิกทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาซ้อมร่วมกันอย่างแข็งขันโดยไม่มีครูฝึกคอยช่วยเหลือ
‘ดีละ คนที่เต้นเก่งที่สุดที่นี่คือฉันกับคิมชุนยง ภาพที่ออกมาในรายการก็น่าจะดูสวยงามดี แบบนั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว’
ความจริงแล้ว คิมจูอันก็เต้นได้ค่อนข้างดีทีเดียว สมกับความอยากที่จะเป็นเซ็นเตอร์ของเขา แต่จีฮวาซองก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่นึกถึงเรื่องของอีกฝ่าย แม้กระทั่งในจิตใต้สำนึกก็ตาม
เพราะขืนคิดถึงมันขึ้นมา มีหวังเขาได้ประสาทกินแน่นอน
อย่างไรก็ตาม มันก็มักจะมีช่วงเวลาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงความคิดเหล่านั้นได้
“เอาล่ะ ทีนี้ก็เข้าสู่ท่อนแดนซ์เบรกแล้ว…”
จีฮวาซองที่เคยนำการซ้อมด้วยความมั่นใจมาโดยตลอด มีสีหน้าแข็งค้างขึ้นมาทันที
เดิมทีแผนการของเขาคือจะตรงไปที่ห้องอัดเสียงเพื่ออัดรอบแรกให้เสร็จ ก่อนที่จะเริ่มซ้อมท่อนแดนซ์เบรกสุดหินที่เต็มไปด้วยท่าเต้นระดับแอดวานซ์
“พวกเราจะซ้อมต่อในทีมกันอีกสักหน่อยนะครับ!”
“อะไรนะ? อะไรนะครับ? เอ๋?”
ทว่าการอัดเสียงของทีมก่อนหน้านี้กลับล่าช้าด้วยเหตุผลบางประการ จึงทำให้คิวการอัดเสียงของทีมพวกเขาต้องถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย
‘ฉิบหายแล้ว ท่อนแดนซ์เบรกฉันยังเต้นไม่ได้เลย จะทำยังไงดีวะเนี่ย?’
เมื่อบรรยากาศอันครึกครื้นภายในห้องถูกตัดขาดลงอย่างกะทันหัน จีฮวาซองจึงตัดสินใจสั่งพักเบรกในห้องซ้อม
เด็กฝึกอิสระอย่างเกาเยี่ยน โลแกน รวมถึงสายโวคอลอย่างซอบิน ต่างก็พากันนั่งหอบหายใจแฮ่กๆ ด้วยความเหนื่อยล้า แค่พยายามเต้นตามท่าปกติให้ทันก็หมดแรงแล้ว
‘ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป กล้องอาจจะจับภาพตอนพวกเรานั่งอู้พักผ่อนกันหมดแน่!’
ทว่า
“จูอัน มาซ้อมท่อนแดนซ์เบรกกันเถอะ ให้นายยืนตรงเซ็นเตอร์เลย”
ในขณะที่คนอื่นกำลังหมดสภาพและหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าที่ดูสบายๆ ไร้ร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยของคิมชุนยง ก็ช่วยปัดเป่าความกังวลของจีฮวาซองให้หายไปจนหมดสิ้น
“อะ…อะไรนะ?”
Social Plugin