ตัวปัญหากลับมาแล้ว! - ตอนที่ 17

“ครับ หรือผมควรจะตั้งชื่อในวงการด้วยดีครับเนี่ย? พอดีผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเชยน่ะครับ…”

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงแสร้งตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้วถามเธอกลับไปอย่างหน้าตาเฉย

กลยุทธ์นี้จะได้ผลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดวง แต่มันย่อมดีกว่าการยืนเงียบๆ รอให้นักเขียนบทสั่งคัต หรือตอบแบบดาดๆ ทั่วไปว่าจะไปคิดชื่อในวงการมาใหม่เป็นไหนๆ

มุนยุนฮาใช้สายตานิ่งเรียบจับจ้องมาที่ผมครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับปากพูด

“…ตัว ‘ยง’ ในชื่อเธอ ใช้ตัวอักษรยงแบบไหน?”

“ตัว ‘ยง’ ที่แปลว่า ‘มังกร’ ครับ มีความหมายว่ามังกรในฤดูใบไม้ผลิครับผม”

เมื่อได้ยินคำตอบที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด มุนยุนฮาก็เผยอปากขึ้นเล็กน้อย เธอพยักหน้ารับหนึ่งครั้งด้วยสายตาอันเชื่องช้า แล้วตอบกลับมา

“ความหมายเพราะดีนี่ ยกเลิกคำว่า ‘เชย’ ก็แล้วกัน ฉันจะรอชมการแสดงของเธอนะ หวังว่าจะได้เห็นอะไรดีๆ ล่ะ”

การตอบรับของเธอเปรียบเสมือนระเบิดที่พลิกความคาดหมาย และทำให้บรรยากาศทั่วทั้งกองถ่ายผ่อนคลายลงทันตาเห็น

“ว้าว ผมเองก็อยากถามเรื่องชื่อที่เป็นเอกลักษณ์นี้อยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่คิดเลยว่าเมนเทอร์มุนยุนฮาจะทักขึ้นมาตรงๆ ขนาดนี้”

“ชุนยงเนี่ย น่ารักจังเลยนะครับ ผมชักจะเข้าใจแล้วสิว่าทำไมคุณถึงไม่อยากใช้ชื่อในวงการขึ้นมาบ้างแล้ว”

เอ็มซีชเวกาอนส่งยิ้มบางๆ ส่วนนาจีฮยอกที่ก่อนหน้านี้นั่งตัวเกร็ง สายตามองสลับระหว่างมุนยุนฮากับผมไปมา ก็ดูจะคลายความตึงเครียดลงแล้วเช่นกัน

“……”

แม้จะยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากรุ่นพี่มินซียองและจินดาซล แต่นี่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากพอแล้ว

ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด การได้รับฟีดแบ็กที่ไม่แย่จากมุนยุนฮาและนาจีฮยอกย่อมหมายความว่ายังมีประกายแห่งความหวังอยู่

…เพราะผมยังมีอย่างอื่นที่เตรียมเอาไว้อีก

“ครับผม! มารอติดตามชมการแสดงของเด็กฝึกคิมชุนยงผู้เต็มไปด้วยความมั่นใจและสง่างามกันดีกว่าครับ เชิญทางนี้ได้เลยครับ”

ผมเดินตามการผายมือของเอ็มซี ค่อยๆ ก้าวไปยังกึ่งกลางเวที พลางนึกถึงข้อความที่เอ็กซ์ส่งมาเมื่อวาน

– เอ็กซ์: ซ้อมแค่นั้นแล้วจะขึ้นไปยืนบนเวทีสภาพนั้นจริงๆ เหรอ? ;; – เอ็กซ์: พอเห็นค่าสถานะของแกแล้ว ไอดอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์เคป็อปอะไรกัน… แค่จะได้เดบิวต์ยังยากเลยจ้า ใช่แล้วล่ะ ชัดเจนเลย – เอ็กซ์: รู้ใช่ไหมว่าถ้าแกย้อนเวลากลับไป มันคือช่วงที่แกโดนจับพอดีน่ะ? สภาพแบบนี้จะรับไหวเหรอ? จากมุมมองฉัน บอกเลยว่าไม่

เอ็กซ์พูดถูก ไม่ว่าผมจะทุ่มเทฝึกซ้อมและเค้นพลังออกมาทั้งวันทั้งคืนแค่ไหน ผมก็ไม่สามารถดึงเอาสเตตัสเดิมทั้งหมดกลับคืนมาได้ ในเมื่อเดิมทีค่าสถานะพวกนั้นเป็นของผมในฐานะไอดอลผู้เจนเวทีมานานถึงเจ็ดปี การจะกวดไล่ตามช่วงเวลาเจ็ดปีให้ทันภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

‘ให้ตายสิ! ทำไมถึงทำได้ไม่ดีเหมือนเดิมวะเนี่ย?!’

อาจเป็นเพราะความไม่สอดประสานกันระหว่างสภาพจิตใจกับร่างกายภายใต้สถานการณ์อันตึงเครียดนี้ ทำให้ฝีมือที่แท้จริงของผมยังไม่สามารถเปล่งประกายออกมาได้ในเวลานี้

ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องงัดกลยุทธ์เฉพาะตัวออกมาใช้ ส่วนจะรุ่งหรือจะร่วง คงไม่มีใครรู้จนกว่าการแสดงจะจบลง

…มันคือความพยายามในแบบที่ตัวผมเมื่อเจ็ดปีก่อนไม่มีทางกล้าลองทำ หรือแม้แต่จะคิดฝันถึงด้วยซ้ำ

“สู้ๆ นะครับ!”

ผมกระแอมวอร์มคอเบาๆ จากนั้นเสียงดนตรีประกอบที่ผมได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็เริ่มบรรเลงขึ้น

เสียงผิวปากใสกังวานดังก้องไปทั่วทั้งสตูดิโอ

‘…โอ๊ะ’

นาจีฮยอกจำเพลงนี้ได้ในทันที เขาพยักหน้าตามจังหวะและเริ่มโยกตัวเบาๆ ไปกับบีตเพลง

เพลง "เดอะซันไชน์บีไฮด์มี" (The Sunshine behind me) หนึ่งในเพลงดับเบิลไตเติลจากอัลบั้มชุดที่สองของวงบอยแบนด์ห้าคนอย่างเอ็กโซลิตี (Exolity) ที่ปล่อยออกมาเมื่อสามปีก่อน

เพลงนี้ได้รับความนิยมมากกว่าเพลงไตเติลอื่นๆ เพราะมีทั้งการผสมผสานโทนเสียงอันหลากหลายของสมาชิกเอ็กโซลิตี และการจัดวางบล็อกกิ้งบนสเตจที่ให้ความรู้สึกราวกับละครเวที

‘ฉันเคยดูอยู่สองสามครั้งเพราะกะว่าจะเอามาใช้อ้างอิงสำหรับโชว์ในงานเทศกาลของตัวเอง แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นในรายการเซอร์ไวเวิลแบบนี้’

คิมชุนยงขยับปลายเท้าเด้งรับตามจังหวะ ก่อนจะเริ่มเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างจริงจัง

“ในบางครั้ง ตัวผม เคยรู้สึกราวกับเดียวดายอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เพราะไม่เคยล่วงรู้เลยว่า มีเธอคอยยืนอยู่ข้างหลังเสมอ”

โทนเสียงร้องของคิมชุนยงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เสียงแหบเสน่ห์ที่เหมือนจะแปร่งปร่าเล็กน้อยนั้นกลับไม่บาดหู และฟังลื่นไหลได้อย่างสบายอารมณ์

แม้จะยังไม่อาจจัดให้อยู่ในกลุ่มเมนโวคอลที่มีทักษะการร้องอันยอดเยี่ยมไร้ที่ติได้ แต่สไตล์การร้องของเขากลับเป็นประเภทที่จะเปล่งประกายได้ดียิ่งขึ้นเมื่อต้องร้องประสานร่วมกับคนอื่น

ด้วยเสียงเบสทุ้มต่ำและเสียงหลบในคีย์สูง มันคือโทนเสียงประเภทที่จะสมบูรณ์แบบได้เมื่อมีเพื่อนร่วมวงคอยเติมเต็ม

“สัมผัสอันแผ่วเบาที่คอยปลอบประโลม ก้าวที่เคยหยุดนิ่งจึงเริ่มออกวิ่งใหม่อีกครั้ง เพราะเธอคือแสงตะวันเบื้องหลังของฉัน”

ยิ่งไปกว่านั้น การออกเสียงและการเว้นวรรคคำของเขายังทำได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ซึ่งนาจีฮยอกเองก็สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนที่คิมชุนยงต่อปากต่อคำกับมุนยุนฮาก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับนักร้อง การส่งสารผ่านเนื้อเพลงถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด

นอกจากนี้ โทนเสียงของคิมชุนยงยังดูเข้ากันได้ดี ไม่เพียงแต่กับการร้องเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับการแรปอีกด้วย

นาจีฮยอกคิดในใจ ‘ทำได้ดีเลยนี่ เป็นเพลงที่โชว์ช่วงเสียงของตัวเองได้โดยไม่ต้องฝืนเกินไป ซ้อมเพลงนี้มานานแล้วสินะ?’

ทว่า แม้เขาจะส่งยิ้มอย่างพึงพอใจให้กับคิมชุนยงที่กำลังร้องเพลงอย่างใส่อารมณ์ แต่ไม่นานนัก สีหน้าของเขาก็ต้องกลับมาเคร่งขรึมลงอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าคิมชุนยงที่เลือกเพลงเพื่อเน้นโชว์โทนเสียงอันโดดเด่น กำลังจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ระดับคอขาดบาดตายในการแสดงเพลง "เดอะซันไชน์บีไฮด์มี" เข้าเสียแล้ว

‘…เพลงนี้ มันเอามาเต้นไม่ได้นี่นา’

Ad Code

Responsive Advertisement