ตัวปัญหากลับมาแล้ว! - ตอนที่ 1

‘สมาชิกตัวปัญหา’ ของวงไอดอล

แม้คำนี้จะใช้เรียกสมาชิกที่ถ้าถอนตัวออกไปได้คงจะเป็นผลดีต่อวงมากกว่า แต่ในวงการไอดอลยุคปัจจุบัน คำว่าสมาชิกตัวปัญหามีความหมายที่ครอบคลุมกว้างกว่านั้น

พวกเขามักจะเกาะติดอยู่ตรงมุมหนึ่งของวง คอยสร้างความไม่สบายใจให้แฟนคลับอย่างเงียบๆ และสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนร่วมวงคนอื่นๆ ที่ตั้งใจทำงาน

พวกเขาเป็นเป้าหมายชั้นดีของเหล่านักข่าวสายสร้างกระแสที่กระหายยอดวิว คนพวกนั้นพร้อมจะปั่นข่าวฉาวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ถึงอย่างนั้น การจะเขี่ยคนพวกนี้ทิ้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เปรียบดั่งสต็อกสินค้ามีตำหนิ ภาระส่วนเกิน หรือสมาชิกตัวปัญหาอย่างแท้จริง

และนั่นก็คือผม คิมชุนยง

ชื่อของผมเขียนด้วยตัวอักษรจีนที่แปลว่าฤดูใบไม้ผลิ (春) กับมังกร (龍) ซึ่งมีความหมายว่า ‘มังกรแห่งฤดูใบไม้ผลิ’

ผมชอบชื่อนี้มาก

เพราะเป็นชื่อที่คุณย่าผู้ล่วงลับซึ่งผมรักที่สุดเป็นคนตั้งให้ และเหนือสิ่งอื่นใด ผมชอบเสียงเวลาเรียกชื่อชุนยง

มันฟังดูลื่นหูดีไม่ใช่เหรอ? ชุนยง ฟังดูดีจะตายไป!

ทว่าผู้คนกลับไม่เรียกผมด้วยชื่อจริงของผม

“คุณเร็กซ์ คุณเร็กซ์ครับ!”

ประธานค่ายเพลงเป็นคนตั้งชื่อ ‘เร็กซ์’ นี้ให้ผม มันเป็นสเตจเนมที่ฟังดูเด็กและค่อนข้างเรียบง่าย โดยตัดตัวอักษร ‘ที’ ออกมาจากคำว่า ‘ทีเร็กซ์’

พวกเขาบอกว่าชื่อชุนยงมันดูเชยเกินไปสำหรับไอดอล ถึงมันจะฟังดูน่ารัก แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องตั้งชื่อในวงการที่ไร้จินตนาการขนาดนี้ให้ผมด้วย

พวกคนแก่พวกนั้นคิดถึงไดโนเสาร์เพียงเพราะคำว่า ‘ยง’ ในชื่อของผมมันแปลว่ามังกรอย่างนั้นหรือ?

ช่างเถอะ อย่างไรเสีย พวกเขาก็เติมคำว่า ‘ขยะ’ เข้าไปข้างหน้า จนกลายเป็น ‘เร็กซ์ขยะ’

นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปใช้เรียกผม

“คุณเร็กซ์ ตั้งสติหน่อยครับ คุณต้องโทรเรียกทนายความ ไม่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนนะ”

ผมพึมพำตอบนายตำรวจที่กำลังจ้องเขม็งมาอย่างช้าๆ

“เอ่อ แต่ผมชื่อชุนยงนะครับ…”

มาถึงสถานีตำรวจแล้ว พวกเขาก็ควรจะเรียกผมด้วยชื่อจริงไม่ใช่หรือไง?

“ตอนนี้เรื่องนั้นมันสำคัญด้วยเหรอครับ? ให้ตายสิ จะบ้าตายอยู่แล้ว…”

ผมหันหน้าหนีจากนายตำรวจที่กำลังเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด

เป็นเพราะอาการเมาค้างอย่างหนักงั้นเหรอ?

หรือเป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ผมกรอกเข้าปากเพื่อพยายามจะลืมเรื่องพวกนั้นกันแน่?

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เสียงซุบซิบของผู้คนจึงดังก้องเข้ามาในหูของผมอย่างชัดเจน

“ได้ยินไหม คนที่อยู่ข้างในน่ะ เร็กซ์ วงแอร์โรวส์ไง”

“อะไรนะ? นายกำลังจะบอกว่านั่นคือเร็กซ์ขยะงั้นเหรอ?”

“ใช่ เห็นว่านอนหมดสภาพอยู่ข้างถนน ตำรวจเลยคุมตัวมาด่วนเลย เขาอ้างว่าแค่ดื่มเหล้ามา แต่ดูจากสภาพตอนนี้แล้ว ท่าทางจะอาการหนักเอาเรื่องเลยนะ?”

“เฮ้อ… ไม่แปลกใจเลยที่การสอบสวนจะวุ่นวายขนาดนี้ ได้ข่าวว่าสมาชิกชาวจีนของวงแอร์โรวส์ก็เพิ่งหนีกลับประเทศไป สรุปว่าวงพังพินาศแตกกระเจิงแล้วจริงๆ สินะ?”

“สมาชิกคนอื่นนี่น่าสงสารชะมัด อย่างน้อยตอนที่สมาชิกชาวจีนคนนั้นยังอยู่ เขาก็ยังเพอร์ฟอร์มได้ดีนะ แต่เร็กซ์ขยะนี่มันอะไรกัน?”

“เขาถึงได้เรียกว่าสมาชิกตัวปัญหาไงล่ะ ก่อเรื่องไว้ตั้งเท่าไหร่ เหอะ ฉันไม่เคยเห็นใครแย่ขนาดนี้มาก่อนเลย”

“ใช่ หมอนั่นดังเรื่องนี้จะตาย สมาชิกโง่ๆ ที่ไร้ประโยชน์อย่างเร็กซ์ไง… แต่เท่าที่ฉันรู้มา ตอนแรกมันไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา”

ทันใดนั้น หัวใจของผมก็เริ่มเต้นระรัวด้วยความกระวนกระวาย

มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่ผมได้ยินเรื่องราวนั้น

“เร็กซ์น่ะนะ เรื่องครอบครัวของเขาน่ะ…”

หยุดนะ พอที

“หลังจากได้รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี เขาก็ไปเที่ยวกับครอบครัว…”

ช่วยหยุดพูดสักทีได้ไหม? ทำไมถึงไม่ยอมฟังกันบ้างเลย?

“ทุกคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์กันหมด แล้วมีแค่เขาคนเดียวที่รอดชีวิตมาในสภาพแบบนั้น”

โครม!

“พวกคุณช่วยหุบปากกันสักทีได้ไหม!”

หลังจากที่ผมทุบโต๊ะอย่างแรง เสียงพูดคุยเหล่านั้นก็เงียบสงัดลง นายตำรวจที่เฝ้ามองผมอยู่แสดงสีหน้าตกตะลึง ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาตกใจเลยสักนิด

ผมจึงพยายามอธิบายอย่างร้อนรน

“เอ่อ คือว่า… คนข้างนอกพวกนั้น พวกเขากำลังพูดเรื่อง… เรื่องครอบครัวของผม…”

“อ่า อย่างนั้นเหรอครับ”

แววตาของนายตำรวจคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเวทนา เขาทอดถอนหายใจออกมาเสียงดังจนผมได้ยิน นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

“ฟังนะคุณเร็กซ์… ตอนนี้ข้างนอกนั่นไม่มีใครอยู่เลยสักคนเดียวครับ”

Ad Code

Responsive Advertisement